ครอบครัวแยกทางเกิดผลเสียต่อเด็กอย่างไร

การแยกทางกันของพ่อแม่ส่งผลกับเด็กในวัยอันแตกต่างกัน

หากเกิดปัญหาระหว่างกำลังตั้งครรภ์ ผลกระทบคือเด็กจะได้รับคือความเครียดจากแม่อันส่งไปยังในครรภ์ แน่นอนว่าเด็กแรกคลอดยังไม่เข้าใจคำว่าแยกทาง แต่จะสามารถรับรู้ความเครียดได้จากการเลี้ยงดูรวมทั้งการกอดของพ่อหรือแม่ซึ่งเป็นฝ่ายรับภาระ เลี้ยงดูลูกเพียงคนเดียว ความจริงแล้วช่วงขวบปีแรกเป็นช่วงสำคัญเพราะเด็กต้องการความรักความเอาใจใส่เพื่อสร้างความมั่นใจ ซึ่งจะส่งผลไปยังอนาคต แต่ถ้าหากเด็กขาดความรัก เด็กอาจมีพฤติกรรมโดยแสดงออกมา เช่น ร้องไห้ หงุดหงิดง่าย เป็นต้น ซึ่งเป็นพฤติกรรมเพื่อเรียกร้องความสนใจนั่นเอง

ส่วนเด็กวัยก่อนเข้าเรียนหรือวัยอนุบาลยังไม่เข้าใจคำว่าแยกทางเช่นกัน แต่สิ่งที่เด็กสามารถรับรู้ได้ คือ ขาดคนใดคนหนึ่งไป  ซึ่งตามธรรมชาติของเด็กวัยนี้เขาเริ่มรู้จักบทบาทของหญิงและชาย หากขาดต้นแบบฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไป อาจทำให้เด็กขาดการเรียนรู้ที่ดี ซึ่งอาจส่งผลต่อพฤติกรรมทางเพศ แต่ไม่ต้องกังวลมากเพราะที่โรงเรียน ญาติสนิท เพื่อน ก็มีส่วนช่วยให้เด็กสามารถเรียนรู้บทบาทได้

ลูกซึ่งอยู่ในช่วงวัยรุ่นอาจจะมีการเปลี่ยนไปในทางการแสดงออก เช่น เด็กเปลี่ยนบทบาทเป็นฝ่ายดูแลแม่แทน จะทำให้กลายเป็นเด็กเจริญเติบโตกว่าวัย แต่ในขณะเดี่ยวกับพื้นฐานทางอารมณ์ของลูกก็ยังไม่พร้อม จึงทำให้ต้องสภาพจิตใจเข้มแข็งแท้จริงแล้วมีความอ่อนแอแต่ก็ต้องฮึดเพื่อปกป้องแม่ อาจส่งผลให้เด็กบางคนมีอาการเครียด บางคนมีพฤติกรรมก้าวร้าวเพื่อแสดงออกถึงการปกป้องรวมทั้งการแก้ปัญหาในทางที่ไม่ถูกต้อง ในขณะเดียวกันจะเกิดความรู้สึกต่อต้านกับอีกฝ่าย รวมทั้งมองการแต่งงานเป็นเรื่องเลวร้าย แต่ถ้าหากวันใดวันหนึ่งแม่อาการดีขึ้นสามารถกลับมาดูแลและทำหน้าที่เป็นมารดาได้เหมือนเดิม ลูกอาจไม่ยอมรับรวมทั้งไม่เชื่อฟังอีกต่อไป ซึ่งทางแก้ที่ดีแม่ควรจัดการกับอารมณ์ของตัวเองให้ได้ ตั้งสติให้ไวและกลับมาดูแลลูกให้เร็วที่สุด เนื่องจากผลกระทบต่อจิตใจของลูกถ้าเกิดขึ้นแล้ว จะเกิดขึ้นเป็นระยะยาวและต่อเนื่อง

สุดท้ายแล้วอยากจะบอกว่า ในสมัยนี้ไม่เหมือนกับในสมัยก่อน รวมทั้งมีอีกหลายๆครอบครัวที่ไม่ประสบความสำเร็จ เด็กต้องโตมากับพ่อและแม่คนเดียวจำนวนไม่น้อย สิ่งสำคัญสุดคือการมอบความรักให้เด็กอย่างเต็มที่ มีอะไรต้องมานั่งพูดคุยกันด้วยเหตุผล เพราะบางครั้งการที่เด็กต้องมานั่งรับรู้เรื่อง การทะเลาะ ตบตี ด่าทอ ของผู้ใหญ่หลายๆครั้งแบบไม่เห็นจุดสิ้นสุด  มันจะยิ่งเป็นการสร้างความเก็บกด ความเสียใจ มากกว่า เพราะฉะนั้นประโยค อดทนเพื่อลูกนั้น มันไม่จริงเสมอไป แน่นอนว่าลูกของคุณต้องอยากเห็นคุณมีความสุข ถึงแม้ครอบครัวจะไม่ครบ แต่คุณภาพล้วนสำคัญกว่าปริมาณมิใช่หรือ