Baby problem 3 pic

วิธีแก้ไขปัญหาลูก 3 ขวบ ชอบต่อต้าน โดยไม่ใช้ความรุนแรง

หากกำลังคิดว่าการเลี้ยงลูกสักคนให้เป็นคนดีมีนิสัยเป็นไปในทางที่เหมาะสมเป็นเรื่องยาก ก็ต้องขอบอกเลยว่ามันยากจริงๆ แต่ก็ไม่ได้เกินความสามารถของคนเป็นพ่อเป็นแม่ และพ่อแม่ทุกคนล้วนต้องเจอกับปัญหาการปรับตัวของลูกด้วยกันทั้งนั้น ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เด็กบางคนชอบเก็บตัวเงียบมากเกินไป เข้าสังคมไม่ได้ เด็กบางคนเอาแต่ใจ งอแง ขี้โวยวาย ไม่ว่าอะไรก็ตามมันสามารถแก้ไขได้ เพียงแค่พ่อ และแม่ต้องเข้าใจ และรู้ก่อนว่าพฤติกรรมของลูกส่วนหนึ่งได้รับอิทธิพลมาจากพ่อแม่ด้วย จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็แล้วแต่ ตลอดเวลาที่พยายามหาวิธีมาแก้ปัญหาของลูก พ่อแม่จึงต้องปรับพฤติกรรม ทัศนคติ วิธีการสื่อสารของตัวเองไปพร้อมกันด้วย ถึงจะได้ผลลัพธ์อย่างเต็มประสิทธิภาพ

รู้ได้อย่างไรว่าลูกเริ่มต่อต้าน

            ก่อนจะไปดูว่าต้องรับมืออย่างไร พ่อแม่ต้องรู้ก่อนว่าลูกของเรามีอาการต่อต้านหรือไม่ โดยสังเกตจากสัญญาณง่ายๆ ดังต่อไปนี้

            – ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพ่อแม่ในทุกกรณี และจะยอมทำตามเมื่อสุดทางหนีแล้วจริงๆ รวมถึงชอบออกนอกกฎเกณฑ์อยู่เสมอ

            – มีอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวได้ง่าย มักมีพฤติกรรมก้าวร้าวร่วมด้วย ยิ่งเมื่อต้องอยู่ใกล้ชิดกับพ่อแม่เป็นเวลานานก็จะยิ่งหงุดหงิดมากยิ่งขึ้น

            – ไม่ยอมรับความผิดที่ตัวเองทำเอาไว้ และชอบโทษว่าเป็นความผิดของคนอื่น แม้ว่าหลักฐานจะชัดเจนแค่ไหนก็ตาม

            – มีพฤติกรรมสร้างความรำคาญในลักษณะการก่อกวน ในขณะที่ตัวเองก็มักจะโมโหกับการก่อกวนของคนอื่นเช่นเดียวกันและจะแสดงออกอย่างชัดเจนด้วย

รับมือกับลูกเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อต้าน

            อย่าลืมว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนใครได้ด้วยการบังคับ คนๆ นั้นจะต้องพร้อมใจที่จะเปลี่ยนด้วยตัวเองมันถึงจะสำเร็จ แต่เราสามารถสร้างสถานการณ์ โน้มน้าวแนวความคิดของเขาได้ กับลูกก็เช่นเดียวกัน ไม่ควรใช้ความรุนแรงเพื่อบังคับขู่เข็นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะมันไม่มีทางเกิดขึ้น แต่ให้ใช้วิธีการต่อไปนี้แทน

            – เริ่มจากตัวพ่อแม่เองก่อน ลูกที่ยังอยู่ในวัยเด็กเล็กจะมีพฤติกรรมเลียนแบบคนใกล้ตัวอยู่ตลอดเวลา พ่อแม่ที่ต้องเจอกับลูกทุกวันจึงต้องปรับปรุงลักษณะนิสัย การแสดงออกของตัวเองด้วย มันอาจจะต้องฝืนใจอยู่บ้างในบางเรื่อง แต่ให้คิดถึงลูกเอาไว้ว่าอยากให้เขาเป็นแบบไหน เราก็ทำแบบนั้น

            – ลด ละ เลิก การออกคำสั่งกับลูก แต่ให้ใช้วิธีการเสนอแนะแทน เช่น จากเดิมที่เคยบอกกับลูกว่ากินข้าวเดี๋ยวนี้ ก็อาจจะเปลี่ยนเป็น กินข้าวกันดีไหมเสร็จแล้วจะได้ไปทำอะไรๆ ต่อ ซึ่งประโยคแบบนี้อันที่จริงก็เหมือนเรากำลังบอกให้เขาทำ แต่เขาจะรู้สึกว่าได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง

            – สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกอย่างสม่ำเสมอ พ่อแม่บางคนมีงานยุ่งมากจนไม่มีเวลาทำกิจกรรมกับลูกเลย เมื่อความสัมพันธ์มันไม่ใกล้ชิด ก็เป็นไปได้ที่ลูกจะเกิดอาการน้อยใจจนพัฒนากลายเป็นการต่อต้านในที่สุด

            – กำหนดกติกาที่ชัดเจน การสร้างกฎกติกาตั้งแต่แรกเริ่มแล้วบอกให้ลูกได้รับรู้ถึงเหตุผลของกติกาเหล่านั้น มันจะทำให้เขาเข้าใจอะไรๆ ได้ง่ายขึ้น พร้อมที่จะทำตามกติกานั้นด้วย

            – มอบหมายงานบางอย่างให้ลูก อาจเป็นงานที่ทำได้ง่ายๆ เช่น เก็บของเล่น เป็นต้น เพื่อให้เขารู้จักที่จะรับผิดชอบมากขึ้น ถ้าได้เห็นว่าพ่อแม่ก็มีภาระหน้าที่ของตัวเองเหมือนกัน เขาจะภูมิใจในงานที่ทำ และก็รู้สึกดีกับพ่อแม่ด้วย

            – ชื่นชมทุกครั้งที่ลูกแสดงออกในทางที่ดี แต่ต้องระวังไม่ให้การชื่นชมนั้นมันมากเกินไป อย่างเช่น ลูกยังไม่ได้ทำอะไรเลยก็เอ่ยปากชมไปล่วงหน้าแล้ว หรือลูกทำอะไรนิดหน่อยที่เคยชมไปแล้วก็กลับมาชมซ้ำๆ เหมือนเดิมตลอด แบบนี้จะไม่เกิดการพัฒนา